7 ข้อ ห้ามเขียนใน Resume ถ้าอยากได้งาน

ในยุคปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การสมัครงานด้วย Resume มีความยากขึ้นไปมากกว่าแต่ก่อนมาก เพราะ มีคนตกงานมากขึ้น จากผลกระทบเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ดังนั้น เราจึงควรทำความเข้าใจว่าอะไรบ้างที่ห้ามเขียนใน Resume

ทำให้จากปกติ ที่ 1 ตำแหน่งงาน จะมีคนส่งใบสมัครไม่เกิน 300 ใบ แต่ปัจจุบัน ยอดผู้ที่ส่งใบสมัคร อาจพุ่งไปถึงมากกว่า 500 ใบ ต่อ 1 ตำแหน่งงาน

รวมถึง การแข่งขันที่ดุเดือดมากกว่าเดิม เพราะผู้สมัคร ที่มีคุณสมบัติหลายท่าน ว่างงาน จากสถานการณ์ต่าง ทำให้การแข่งขันยิ่งเข้มข้น และมีโอกาสได้งาน ยากกว่าเดิมมาก

7 things do not write in resume a lot of candidate 1 edited - Hunter B

ดังนั้น สิ่งหนึ่ง ที่สำคัญอบ่างมาก ต่อการสมัครงาน ที่ทุกคนจะเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ การเขียน Resume (เรซูเม่) สมัครงาน นั่นเองครับ

โดยผู้สมัครงานหลายท่าน อาจเคยส่ง Resume ไปเป็น 10 ที่ เป็น 100 ที่ แต่ไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์งาน หรืออาจจะถูกเรียกสัมภาษณ์น้อยครั้งมาก เพราะอะไร ?

การเขียน Resume คือ การที่เราสรุป ข้อมูลการทำงาน ของเรา ออกมาได้รูปแบบ เนื้อหา หรือเรียกอีกอย่างนึ่งว่า เป็นตัวแทนตัวแทนของเรา ในการยื่นใบสมัครงาน

ดังนั้น การเขียน Resume จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหมายถึงผู้คัดเลือก จะเห็นตัวเราจากการเขียน และข้อมูลต่างใน Resume

พี่เบ็นจึงได้สรุปข้อมูลมาเป็น 7 ข้อ ห้ามเขียนลงใน Resume ถ้าอยากได้งาน เพื่อเป็นแนวทางในการเขียน Resume ของเพื่อน ๆ น้อง ๆ ให้เป็น Professional มากขึ้น และลดโอกาสเสี่ยงการถูกปัดตกให้มากที่สุดครับ

1. ห้ามใช้ Email สมัครงานที่ไม่เป็นทางการ ใน Resume

เริ่มแรก คือเรื่องของ Email โดยพี่เบ็นอยากให้ทุกคนที่กำลังเริ่มเขียน Resume จำไว้ว่า ในการเขียน Resume นั้น คือการที่เรากำลังแสดงตัวตน และความเป็นมืออาชีพของเรา ให้กับบริษัทเห็น และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับเรา

ดังนั้นชื่อ Email ที่เขียนลงใน Resume จะเป็นสิ่งแรก ที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพของเรา ได้ง่ายที่สุดครับ โดยจะมีหลักการ เกี่ยวกับการตั้งชื่อ Email ง่าย ๆ อยู่ 2 อย่าง คือ ข้อห้าม และ ข้อแนะนำ

ข้อห้าม ในการตั้งชื่อ Email ในการเขียน Resume

ห้ามตั้งชื่อ Email ที่มีความหมายไม่เป็นทางการ ดูเล่น ไม่มืออาชีพเด็ดขาด เช่น ben_narak@gmail.com, bem.lnwza@gmail.com, หรือ ben.handsome@gmail.com เป็นต้นครับ

เพราะคำที่ความหมายจำพวกนี้ ไม่เหมาะกับการใช้สมัครงานอย่างยิ่ง แสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพ และสร้างข้อสงสัยในตัวเรา กับผู้สัมภาษณ์งานได้ง่าย ว่าเราเป็นมืออาชีพมากน้อยแค่ไหน

7 things do not write in resume finding email address - Hunter B

แล้วเราตั้งชื่อ Email อะไรได้บ้าง?

วิธีการตั้งชื่อ Email ที่ง่ายมากที่สุด คือการใช้ชื่อ และนามสกุลจริงของบเราครับ แต่หลายคนกำลังเถียงในใจว่า ชื่อคนไทย หรือนามสกุลของคนไทย ส่วนใหญ่เมื่อเขียนออกมาในรูปแบบของภาษาอังกฤษแล้ว จะมีความยาวที่ค่อนข้างมาก อย่างนี้จะไม่ลำบากตอนเขียน Email หรอ?

วิธีแก้ปัญหานี้ ง่ายมากครับ เพียงเราเขียนชื่อจริงของเรา แล้วตามด้วยจุด fullstop และ ใช้อักษรตัวแรกของนามสกุล ก็เพียงพอแล้วครับ

ตัวอย่าง พี่เบ็นชื่อจริง Bowonchai Sojiphan

หากตั้งชื่อ Email ลงไปตรง ๆ ก็จะได้ bowonchai.sojiphan@gmail.com ซึ่งจะดูค่อนข้างยาวมากครับ

ดังนั้นจึงปรับเปลี่ยนได้เป็น bowonchai.s@gmail.com หรือสลับย่อชื่อแทนนามสกุล ก็จะได้ b.sojiphan@gmail.com สั้น กระชับ และดูเป็นผู้สมัครงานมืออาชีพเช่นกันครับ

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถมี Email สมัครงานแบบมืออาชีพได้ง่าย ๆ และพี่เบ็นแนะนำว่า นับจากนี้ ให้ใช้ Email อันใหม่นี้ เพื่อการสมัครงาน สัมภาษณ์งาน หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาชีพการงานไปเลยครับ แยก Email เพื่อการจัดการที่ง่าย และสะดวกยิ่งขึ้นครับ

2. ห้ามเขียนใน Resume ด้วยผิดวัตถุประสงค์

ลำดับต่อมา คือ เรื่องของรูปถ่าย ซึ่งโดยส่วนมาก นิสิต นักศึกษา หรือเด็กจบใหม่ มักนิยมใช้รูปถ่ายนักศึกษา หรือรูปถ่ายรับปริญญามามาใส่ลงใน Resume

ซึ่งหากถามว่าผิดไหม คำตอบคือไม่ผิดสามารถใช้ได้ แต่ Resume ของเราจะดูไม่เป็นมืออาชีพ

เนื่องจากรูปถ่ายนั้น สามารถแสดงให้เห็นถึงบุคลิกภาพของเราได้ส่วนหนึ่ง

โดยปกติในต่างประเทศส่วนใหญ่ จะไม่นิยม หรือไม่ให้มีการติดรูปถ่ายของผู้สมัครงานลงใน Resume หรือ CV เลย เพื่อป้องกันในเรื่อง Racism หรือความเท่าเทียมกัน

รูปถ่ายแบบไหน ที่ควรใส่ลงใน Resume ?

รูปถ่ายที่ดูเป็นอาชีพ เพรียบพร้อมในการทำงาน รวมถึงดูเป็นมิตรในคราวเดียวกัน เป็นโจทย์ที่ดีที่สุด สำหรับใส่ลงใน Resume ของเรา

โดยพี่เบ็นแนะนำว่ารูปถ่ายควรอยู่ในแบบ ชุดสูท ชุดทำงาน ที่สุภาพ สะอาด รวมถึงหน้าตาที่ยิ้มแย้ม และที่สำคัญมาก ๆ คือต้องเหมือนตัวจริงมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องแต่งรูปมากจนเกินไป

หากเราสมัครงานในบริษัทแนว startup หรือองค์กรสมัยใหม่ งานเทคโนโลยี งานออนไลน์ เราสามารถใช้รูปถ่าย ที่เป็นเสื้อเชิ้ตลำลอง ดูทะมัดทะแมง ได้เช่นกัน

7 things do not write in resume ห้ามเขียนใน Resume - correct image

สิ่งที่ต้องระวัง สำหรับรูปถ่ายติด Resume

ห้ามใช้รูปที่แต่งตัวไม่สุภาพ หรือรูปแฟชั่น รวมถึงการที่เราใช้รูปคู่ รูปหมู่คณะ แล้วครอปตัวเองออกมา ก็ไม่แนะนำเช่นกัน

เพิ่มเติมคือ รูปถ่ายที่ทำท่าไม่สุภาพ รวมถึงรูปที่ถ่ายตามสถานที่ หรือตามงานต่าง ๆ เพราะทำให้เราดูไม่เป็นมืออาชีพ

wrong photos7 things do not write in resume incorrect images - Hunter B

แนะนำ: อาจจะใช้เวลา 1 วัน แต่งหน้า ทำผม เตรียมชุดหลาย ๆ ชุด แล้วถ่ายรูปสมัครงานไว้หลาย ๆ แบบ หรือเพื่อใช้ในหลาย ๆ โอกาสได้เช่นกัน

Free E-Book

9 เคล็ดลับ เขียน Resume ให้โดดเด่น และได้งาน​

เขียน Resume แบบมืออาชีพ เพิ่มโอกาสการเรียกสัมภาษณ์งานกว่าเท่าตัว

E book 0 - Hunter B

3. ห้ามลืมใส่ เนื้อหา “ท่อนสรุป” ในการเขียน Resume

ลำดับถัดมา คือเรื่องของ ท่อนสรุป หรือ หลายครั้ง เรามักจะเรียกว่าท่อน Profile หรือท่อน Summary ของการเขียน Resume

น้อง ๆ นิสิต นักศึกษา เด็กจบใหม่ ส่วนใหญ่ จะนิยมเขียน น้ำหนัก ส่วนสูง วันเกิด ลงใน Resume ของตัวเอง เป็นลำดับแรก ส่วนคนทำงานที่มีประสบการณ์แล้ว อาจมีทั้งเขียน หรือไม่ได้เขียนลงไป

พี่เบ็นแนะนว่า ข้อมูลเบื้อต้น จำพวก อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง วันเกิด ไม่จำเป็นต้องใส่ หากทางบริษัทไม่ได้ขอไว้ แต่สิ่งที่พี่เบ็นแนะนำอย่างมาก ที่ต้องเขียนและต้องมี คือท่อนสรุป หรือ Summary ของเราในการเขียน Resume ทุกครั้ง

ท่อนสรุป หรือท่อน Summary คืออะไร?

ท่อนสรุป หรือท่อน Summary เปรียบเสมือน ข้อมูลภาพรวมของเรา ที่เราอยากนำเสนอให้กับผู้ที่อ่าน Resume ของเราได้เข้าใจว่าเราเหมาะกับตำแหน่งงานนี้ และโดดเด่นอย่างไร ที่เค้าควรเรียกเราสัมภาษณ์งาน

ซึ่งโดยปกติแล้ว พี่เบ็นจะแนะนำให้เขียนออกเป็น 3 เรื่อง โดยแยกย่อยด้วย Bullet point เพื่อทำให้อ่านง่าย และในแต่ละ Bullet Point ให้แสดงสิ่งที่โดเด่นออกมาแตกต่างกัน

ทุกครั้งที่สมัครงาน ท่อนสรุป หรือท่อน Summary ของ Resume จะเป็นท่อนที่สำคัญที่สุด ในการเขียน Resume เพราะผู้สัมภาษณ์งาน ทั้งฝ่ายบุคคล (HR) และหัวหน้างาน (Hiring Manager) จะต้องอ่าน ท่อนสรุป Summary ของเราเป็นสิ่งแรก และเป็นท่อนที่สามารถกำหนดว่าเราจะได้เรียกสัมภาษณ์งาน หรือไม่ ได้เลยทีเดียว

ข้อผิดพลาดที่มักพบในท่อนสรุป หรือท่อน Summary

ผู้สมัครงานหลายท่าน มีการเขียนท่อนสรุป หรือท่อน Summary ไว้ค่อนข้างแต่ แต่ก็ยังพลาด ที่ไม่สามารถ หา คำสำคัญต่าง ๆ หรือ Keywords เพื่อเชื่อมโยงความสามารถของเรา กับตำแหน่งงาน (Job Position) ได้

ด้วยปัจจุบัน หลายบริษัท มีการนำโปรแกรมต่าง ๆ มาช่วยคัดกรอก Resume หรือใบสมัครงาน ที่มีค่อนข้างมากในแต่ละตำแหน่ง เพื่อเลือกใบสมัครงาน ที่ตรงกับตำแหน่งงานนัน้ ๆ ให้มากที่สุด

โปรแกรมเหล่านี้ ถูกเรียกว่า Applicant Tracking System หรือ ATS ซึ่งจะเป็นด่านแรก ที่ Resume ของเราจะต้องเจอ

ซึ่งโดยส่วนใหญ่ Resume จะถูกปัดตรงในขั้นตอนนี้มากถึง 70% เพราะ ATS ตรวจสอบ Resume ของเราแล้ว ไม่พบเจอ Keywords ที่ตรงกับ Job Description (JD) นั่นเอง

7 things do not write in resume applicant tracking system - Hunter B
photo credit: https://www.thebemobileconference.com/get-a-mirror-view-of-an-application-tracking-system/

4. ห้าม Coppy ลักษณะงาน (JD) ในงานปัจจุบัน ลงใน Resume

ลำดับถัดมาที่ห้ามเขียนใน Resume ที่ผู้สมัครงานหลาย ๆ ท่านทำ คือการ copy ตัว Job Description ของตำแหน่งงานปัจจุบัน ที่ทำอยู่ ใส่ลงในไปการเขียน Resume เลย ซึ่งพี่เบ็นบอกได้เลยว่า ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

เนื่องจาก Job Description ที่เราทำกับบริษัทปัจจุบัน ไม่ได้แสดงข้อมูลที่ชัดเจนเลย ว่าจริง ๆ แล้ว หน้าที่การทำงานของเราคืออะไร

และสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้น คือการ Keywords ในตำแหน่งงานปัจจุบันของเรา อาจจะไม่ได้ตรงกับ Keyword ของตำแหน่งงานที่เรากำลังจะสมัครงานอยู่ก็ได้

เพราะในแต่ละบริษัท ก็มีการเรียกใช้คำต่าง ๆ ที่แตกต่าง หรือเหมือนกันได้ แม้ว่า จะเป้นการทำงานในตำแหน่งเดียวกัน เช่น หากเราทำฝ่ายขาย สามารถเรียก ได้ตั้งแต่ Account Executive, Sales Representative, Business Development เป็นต้น

แล้วเราควร เขียน Resume อย่างไร?

ในการเขียน Resume ของเรา พี่เบ็นขอให้เขียน เรื่องราวงานของเรา (Job Duty) ในที่ทำงานปัจจุบัน ออกมาจากสิ่งที่เราทำงานจริง และผลที่ตามมาจากงานของเราจริง ๆ แทนการ copy JD ของตำแน่งงานปัจจุบันมาใช้

พี่เบ็นแนะนำเพิ่มเติมว่า เราสามารถใช้การเขียนด้วย ตัวเลข หรือ หลักฐานอื่น ๆ ที่พิสูจน์ผลงานของเราได้ ว่าโดดเด่นอย่างไร ในการเขียน Resume เพื่อสร้างความนา่สนใจของเนื้อหา

มากไปกว่านั้น การใช้เทคนิค Bullet Points 4-6 หัวข้อ ในส่วนของ Job Duty ก็สามารถช่วยเพิ่มความน่าสนใจได้ด้วยเช่นกัน

5. ห้ามใส่ข้อมูล Reference Contact ลงใน Resume

ลำดับต่อไป คือเรื่องของ Reference Contact หรือบุคคลอ้างอิง ที่หลาย ๆ คนมักจะเขียนลงไปโดยตรง ใน Resume ของเรา

โดยพี่เบ็นขอชี้แจ้งไว้ตรงนี้เลยว่า เราห้ามใส่ Reference Contact ลงใน Resume เด็ดขาด โดยก่อนที่จะมาดูว่าทำไมถึงห้ามใส่ เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัว Refernce Contact กันก่อนครับ

Reference Contact คืออะไร?

Reference Contact หรือ ที่เราเรียกว่า บุคคลอ้างอิง คือข้อมูลของผู้ที่เราใช้ในการอ้างอิง ในการทำงานของเรา ในช่วงอดีต จนถึงปัจจุบัน

โดยส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นหัวหน้างาน หัวหน้าแผนก หรือผู้ที่ทำงานกับเราโดยตรง ที่สามารถอธิบายการทำงาน อุปนิสัยใจคอ ของเราได้

ซึ่งการใส่ Refernce Contact ก็คือ การใส่ ข้อมูลของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น ชื่อของผู้อ้างอิง เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หรือ Email ส่วนตัวของผู้อ้างอิง ลงใน Resume ของเรานั่งเอง เป็นข้อมูลที่ห้ามเขียนใน Resume เด็ดขาด

ทำไมถึงห้ามใส่ Reference Contact ลงใน Resume

เพราะการที่เราเขียน Resume ในแต่ละครั้ง ก็เพื่อในการให้บริษัท เรียกเราเข้าไปสัมภาษณ์งาน

ซึ่งในขั้นตอนของการเรียกไปสัมภาษณ์งานนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลตัวนี้อย่างแน่นอน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ในการสมัครงาน และที่สำคัญ การใส่ Refence Contact ยังเป็นการให้ข้อมูลบุคคลอ้างอิง ลงไปในที่สาธารณะอีกด้วย

Reference Contact จะใช้ในช่วงไหน?

โดยปกติแล้ว Refence Contact จะถูกเรียกขอ จากทาง HR ก็ต่อเมื่อเราผ่านการสัมภาษณ์งาน หรือเป็น 1 ในผู้ที่บริษัทเห้นแล้วว่า มีโอกาสได้รับเลือกเข้าทำงาน

ดังนั้น ฝ่ายบุคคุล หรือ HR จะมีการถามข้อมูลของ Reference Contact เป็นลำดับต่อไป เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อมูลของเราเพิ่มเติมนั่งเอง

ทุกครั้งที่มีการร้องขอ Reference Contact จากทางบริษัท โดยหลังจากที่เราให้ข้อมูลของบุคคลอ้างอิงไปแล้ว พี่เบ็นแนะนำว่า ให้โทรไปติดต่อบุคคลอ้างอิงผู้นั้น เพื่อแจ้งให้ทราบ เกี่ยวกับการติตด่อเข้ามาของ HR จากบริษัทที่เราเข้าไปสมัครงานด้วย

6. ห้ามเขียน Resume สั้น หรือ ยาว เกินไป

ข้อห้ามถัดมา คือเรื่องของ ความสั้น ความยาว ในส่วนของเนื้อหา ที่เราเขียนลงใน Resume

ก่อนอื่น พี่เบ็นขอให้ผู้อ่าน ลืมชุดความคิดว่า การเขียน Resume จะต้องเขียนออกมาให้อยู่ใน 1 หน้ากระดาษ A4 เท่านั้น นะครับ แม้ว่าเราจะเป็นเด็กจบใหม่ก็ตาม ไม่เกี่ยวกันครับ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Resume

Resume คือเนื้อหาในการทำงานของเรา ที่ช่วงที่ผ่านมา ว่าเรามีประสบการณ์งาน ในด้านไหนบ้าง ผ่านความสำเร็จอะไรมาบ้าง มีความสามารถอะไรบ้างที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับ ที่สามารถนำมาช่วยพัฒนาให้กับองค์กร

ดังนั้น เราไม่จำเป็นที่จะต้องพยายามเขียน Resume ของเราให้อยู่ใน 1 หน้า A4 เท่านั้น ขอให้ปรับความคิดใหม่เป็นว่า เราต้องนำเสนอผลงาน ประสบการณ์การทำงาน รวมถึงความสามารถของเรา ให้ออกมาได้ครบถ้วน สมบูรณ์แบบมากที่สุด ในตำแหน่งงานที่เราสมัคร

ควรเขียน Resume กี่หน้าดี?

พี่เบ็นไม่สามารถบอกได้ว่า ในแต่ละคน ควรเขียน Resume กี่หน้า แต่ขอให้เน้นเนื้อหา ที่มีการวัดผลได้ มีความสำเร็จในเนื้องานที่ทำ เขียนออกมาให้กระชับ ไม่เน้นน้ำ เน้นเนื้อหาใจความสำคัญเป็นหลักครับ

ทั้งนี้ สามารถเขียน Resume ได้ยาวถึง 2 หน้า 3 หน้า 4 หน้า หรือมากกว่านี้ได้ โดยขึ้นอยู่กับ แต่ละประสบการณ์การทำงานของแต่ละบุคคลเลยครับ

เด็กจบใหม่ เขียนยังไงดี?

สำหรับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่จบใหม่ สามารถเขียน Resume ด้วยการใช้ประสบการณ์ฝึกงาน (Internship) ที่เราได้ทำมา รวมถึงการทำโปรเจค (Project) การเป็นอาสาสมัคร (Volunteer) ต่าง ๆ มาใช้ในการเขียน Resume ได้ครับ

โดยให้เน้นเนื้อหาของประสบการณ์ต่าง ๆ โดยอ้างอิง ถึงตำแหน่งงานที่เรากำลังสมัครงานครับ

7. ห้ามใช้ Resume ที่มีสีสัน หรือ กราฟฟิค เยอะเกินไป

มาถึงข้อสุดท้าย นั่นคือในส่วนของการใช้ Resume ที่มีลวดลาย สีสัน กราฟฟิค ที่มากเกินไป ในการสมัครงาน ซึ่งห้ามเขียนใน Resume

ผู้สมัครงานหลาย ๆ คน อาจเคยดาวน์โหลด รูปแบบ Resume ฟรี ที่มีตามอินเตอร์เน็ต ที่มีสีสันสวยงาม มีกราฟดาว กราฟแท่ง ต่าง ๆ ซึ่งรู้ไหมครับ ว่า Resume จำพวกนี้ จะเป็น Resume ส่วนใหญ่ที่ถูกปัดตก ตั้งแต่ยื่นสมัคร

ทำไม ถึงห้ามใช้ Resume ที่มีสีสัน?

เพราะ Resume พวกนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบเมื่อผ่านระบบ ATS โดนเจ้า ATS นี้จะเป็นด่านแรกในการคัดเลือกผู้สมัครงานต่าง ๆ ที่ยื่น Resume เข้ามา

โดยการใช้ กราฟดาว กราฟแท่ง บาร์คะแนนต่าง ๆ นั้น ATS ไม่สามารถอ่านค่าได้ว่า เรามีความสามารถอะไร อยู่ที่เท่าไหรนั่นเองครับ

7 things do not write in resume resume with graphic design - Hunter B

เรื่องที่สอง คือ Keywords ต่าง ๆ ก็จะถูกลดทอนหายไป หากเราใช้ Graphic Design มาช่วย เป็นอีก 1 ปัจจัย ที่ทำให้ ATS ให้คะแนนน Resume ของเรา น้อยลงไปอีกครับ

แล้วเราควรทำอย่างไร?

พยายามเขียน Resume เป็นข้อมูลจำพวกข้อความ (Text) แทนการใช้ Graphic ต่าง ๆ และพยายามใส่ Keyword ลงใน Resume ให้ได้มาก และตรงกำตำแหน่งงานมากที่สุด

หากตำแหน่งงานที่เราสมัคร เน้นการใช้ความคิดสร้างวรรค์ เราอาจะใส่ Graphic Design ลงไปได้บ้าง แต่พี่เบ็นแนะนำว่า ให้ใส่ลงไปในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับข้อมูลหลักของเรา เช่น พวก element ประกอบต่าง ๆ เส้น ขอบ สี เป้นต้น และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ห้ามเขียนใน Resume ข้างต้น

เป้นยังไงกันบ้างครับ มีกี่ข้อที่เราทำได้ และมีกี่ข้อ ที่เราเคยทำกันไปบ้างครับ?

โดยอย่างที่พี่เบ็นเน้นย้ำมาตลอดว่า ให้เขียน Resume ด้วยตัวเอง โดยเขียนออกมาจากประาสบการณ์งานของเรา ให้แสดงถึงความสามารถ และผลงานที่ประสบความสำเร็จของเราออกมาให้ได้

สุดท้ายปรับใช้ และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด พี่เบ็นเชื่อว่า เราจะได้งานในฝัน อย่างที่คาดหวังแน่นอนครับ

ตาคุณแล้ว

ตอนนี้เราได้เรียนรู้ ถึงข้อห้าม ทั้ง 7 ข้อ ที่ห้ามเขียนใน Resume กันแล้ว พี่เบ็นขอให้ทุกคนนำไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วมาอัพเดทกัน ว่าเป็นยังไงกันบ้างครับ

คอร์สเรียน สมัครงาน ให้ได้งาน

ชอบบทความนี้? ส่งต่อให้เพื่อนของคุณ

บทความที่น่าสนใจ

คอร์สเรียนออนไลน์

สอนการเขียน Resume สมัครงาน สัมภาษณ์งาน 

ให้คุณได้งาน อย่างที่คุณต้องการ